สาเหตุผมร่วง เกิดจากอะไรได้บ้าง

ผมร่วงถือได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับผู้หญิง บางช่วงที่หวีผมแล้วผมหล่นออกมาเป็นช่อหรือเวลาที่เราสระผมก็จะร่วงติดที่ท่อเต็มไปหมด ปัญหาเหล่านี้จึงสร้างความกังวงใจให้กับหลายๆ คนเป็นอย่างมากแต่ในความเป็นจริงแล้วผมร่วงก็อาจเกิดมาจากสาเหตุที่มีทั้งร้ายแรงและไม่ร้ายแรงมาก ฟังอย่างนี้แล้วมาดูกันเลยว่ามีสาเหตุใดบ้างที่ทำให้ผมของเราหลุดร่วงได้มากถึงขนาดนี้ ความเครียด หลายคนคงไม่คิดว่าแค่ความเครียดจะทำให้ผมของเราหลุดร่วงได้ ซึ่งลองสังเกตได้จากช่วงที่ผมร่วงนั้นคุณจะรู้สึกเครียดและกังวงใจเป็นอย่างมากสาเหตุนี้ ถือได้ว่าเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยมากและอาจแก้ได้ยาก ฉะนั้นจึงอยากแนะนำว่าให้หากิจกรรมที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจขึ้น เช่นยาปลูกหนวด การเล่นกีฬา การนั่งสมาธิ การปฏิบัติธรรมการแชร์ความรู้สึก นี่เป็นเพียงกิจกรรมบางส่วนเท่านั้นที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายแต่ถ้าเครียดจริงๆ ควรปรึกษาแพทย์นะ การตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนคงมีปัญหาในเรื่องผมร่วงขณะตั้งครรภ์ ในการตั้งครรภ์ก็สามารถทำให้ผมร่วงได้ เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิงกำลังเปลี่ยนแปลง เราจะเห็นได้ว่าคนท้องหลายคนมีอารมณ์ ฉุนเฉียว ไม่ปกติเครียดได้ง่าย สำหรับคุณแม่บางคนอาจจะมีอาการนี้ยาวไปถึงหลังคลอด แต่หากมีการดูแลรักษาผมขณะตั้งครรภ์ โดยการใช้ครีมบำรุงผมอยู่ตลอด ก็จะช่วยบรรเทาอาการของผมหลุดร่วงได้มากทีเดียว ผมไม่มีน้ำมัน เนื่องจากผมของเราต้องเจอแสงแดด มลพิษ สารเคมีมากมายอยู่เป็นประจำหรือแม้แต่สารเคมีในชมพูก็มีผลต่ออาการผมร่วงได้เช่นกัน การทำสีผม การทำสีผมเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ขาดไม่ได้โดยเฉพาะวัยรุ่น วัยทำงาน แต่ทุกคนหารู้ไม่ว่าการทำสีผมบ่อยๆ นั้นทำให้เส้นผมของเราเสียได้ง่ายมาก นอกจากนี้การไดร์ผมทุกวันก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในสาเหตุผมร่วง การดึงผมตัวเอง เป็นบ่อยมากในเวลาที่เรานั่งอยู่เฉยๆ แล้วไม่มีอะไรทำ เราจะชอบดึงผมตัวเองหรือไม่ก็ชอบให้เพื่อนดึงให้ การที่เราดึงผมคันออกนั้นบอกได้เลยว่ามันเป็นวิธีที่ทำให้คุณสามารถผมล้านได้เลย ถ้าไม่อยากเป็นสาวหัวล้านก็เลิกทำพฤติกรรมแบบนี้ได้แล้ว สำหรับสาวๆที่รักสวยรักงามก็สามารถนำเอาวิธีเหล่านี้ มาประยุคยาปลูกหนวดหรือมาปรบเปลี่ยนในการบำรุงรัษาผมได้เลย เพราะหากว่าเรามีผมที่สวยงามก็จะช่วยให้เพิ่มเสน่ห์ให้กับเราได้อีกด้วย

ลูกน้อยเป็นหอบหืด ต้องทำอย่างไรดี

ลูกน้อยเป็นหอบหืด ต้องทำอย่างไรดี เมื่อลูกน้อยมีอาการหอบ คุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่เคยพบเจอกับอาการแบบนี้อาจเกิดความรู้สึกตกใจและตามมาด้วยความกังวล เพราะไม่รู้ว่าอาการหอบหืดของลูกจะมีอันตรายมากน้อยแค่ไหน เมื่อรีบพาไปพบแพทย์ก็มีอาการที่ดีขึ้น สามารถกลับบ้านได้ แต่อีกไม่นานก็กลับมามีอาการอีก จนบางครั้งก็ไม่กล้าพาลูกออกจากบ้านหรือไปเที่ยวต่างจังหวัดเพราะไม่รู้ว่าจะมีอาการหอบขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ ของใช้เด็กและกลัวว่าจะหาโรงพยาบาลยากเมื่อต้องไปเที่ยวต่างถิ่น อาการของโรคหืดในเด็ก ในปัจจุบันนี้จะพบว่ามีเด็กที่ป่วยด้วยโรคหืดมากขึ้น และเมื่อเป็นแล้วก็จะมีอาการกลับมาเป็นซ้ำอีกเรื่อยๆ ซึ่งสาเหตุของโรคนี้มาจากหลอดลมของเด็กมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นที่แปลกปลอมมากกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อเผชิญกับภาวะติดเชื้อ , อากาศเปลี่ยนแปลง หรือสัมผัสกับสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ อย่างเช่น ไรฝุ่นหรือเกสรดอกไม้ สาเหตุของโรคหืด ในปัจจุบันนี้ที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนมาก ทั้งฝุ่นและควันรวมถึงมลภาวะต่างๆจากอากาศก็เป็นสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคหืดได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงสิ่งกระตุ้นต่างๆอย่างเช่น ขนของสัตว์เลี้ยง,ไรฝุ่น,ละอองเกสรดอกไม้,ควันบุหรี่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อเช่น โรคหวัด รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทั้งในช่วงเวลาที่อากาศเย็นจัดหรือในเวลาก่อนฝนจะตก สาเหตุอื่นๆของโรคหืด อย่างเช่น พันธุกรรม,การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์อย่างฉับพลัน หรือแม้แต่การออกกำลังกายอย่างหนักก็เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกเกิดอาการหอบหืดได้ โรคหืดมีผลอย่างไรต่อลูกน้อย เด็กๆที่มีอาการหอบหืดจะได้รับผลกระทบในการดำเนินชีวิตประจำวันที่มากน้อยต่างกัน เด็กที่มีอาการค่อนข้างรุนแรงจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะต้องถูกจำกัดการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และถูกห้ามไม่ให้ทำโน่นทำนี่อยู่บ่อยๆจนทำให้เด็กขาดความมั่นใจในตนเองได้ บางครั้งเมื่อมีอาการมากๆก็อาจต้องขาดเรียนบ่อยจนเรียนไม่ทันเพื่อน เมื่อลูกน้อยเป็นหอบหืดต้องทำอย่างไรดี การดูแลเมื่อลูกน้อยมีอาการหอบหืดสามารถทำได้ดังต่อไปนี้ พยายามทำให้ลูกสงบเมื่อมีอาการหอบ เพราะหากลูกมีอาการตกใจหรือกลัวมากเกินไปก็จะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น ให้ลูกหยุดทำกิจกรรมที่ทำอยู่ หากอาการหอบหืดเกิดจากอาการเหนื่อยมากเกินไปจากการวิ่งเล่นหรือออกกำลังกาย ให้ยาขยายหลอดลมตามคำสั่งของแพทย์ซึ่งคุณแม่ควรเรียนรู้วิธีการใช้ยาของใช้เด็กอย่างถูกต้องเพื่อที่จะได้ดูแลลูกยามมีอาการได้อย่างถูกต้องและทันเวลา เมื่ออาการไม่ดีขึ้น ให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที นอกจากนี้คุณแม่ยังต้องคอยดูแลให้ลูกน้อยอยู่ห่างจากสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิด อาการแพ้ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเกิดอาการหอบหืดได้